‘ปอ ทฤษฎี’ อาการดีขึ้น! ‘เมญ่า’ เฝ้าหน้าห้อง บอกความดัน-หัวใจปกติ คนแห่ยินดี

“เมญ่า” นางเอกสาวน้อยร้อยล้าน ประกบคู่ “ปอ ทฤษฎี” อัพสเตตัสเฟซบุ๊ก บอก อาการดีขึ้น ความดันปกติ หัวใจปกติ เลือดออกน้อยลง ชาวเน็ตแห่ยินดี ให้กำลังใจ

เมื่อเวลา 23.35 น. วันที่ 10 พ.ย. 58 น.ส.นนธวรรณ ทองเหล็ง หรือ เมญ่า สาวสวยดีกรีมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 และยังเป็นนางเอกเรื่อง “สาวน้อยร้อยล้าน” ที่แสดงละครประกบคู่กับพระเอกหนุ่มปอ ทฤษฎี สหวงษ์ ได้อัพเดตสเตตัสผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Maeya Mae Nonthawan ถึงความคืบหน้าอาการของหนุ่มปอ ว่า “ตอนนี้ดีขึ้น ความดันปกติ หัวใจปกติ เลือดออกน้อยลง อาการดีขึ้นค่ะ”อีกทั้ง ยังตอบในคอมเม้นท์ด้วยว่า “รายงานจากล่าสุดหน้าห้อง ไม่ต้องมโนข่าว”

เมญ่า

ทั้งนี้ ได้มีแฟนคลับของทั้งหนุ่มปอ และสาวเมญ่า เข้ามาแสดงความดีใจ ให้กำลังใจ ยินดีที่อาการดีขึ้น และแชร์ข้อความดังกล่าวนี้ออกไปอีกมากมายด้วย

Advertisements

‘พุทธะอิสระ’ แฉวงการสงฆ์ ยก ‘เสี่ยอู๊ด’ กตัญญู ยอมติดคุกเพื่อ?

“พระพุทธะอิสระ” โพสต์เปิดโปง “วงการสงฆ์ไทย” ยก “เสี่ยอู๊ด” กตัญญู ยอมติดคุกเพราะ?

หลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊คส่วนตัว “หลวงปู่พุทธะอิสระ (BuddhaIsara)” กล่าวถึงนายสิทธิกร บุญฉิม หรือ เสี่ยอู๊ด โดยข้อความระบุว่า

เสี่ยอู๊ด

เนื่องในวันฮาโลวีน เรามาทำความรู้จักเรื่องของผีเสี่ยอู๊ดกันหน่อย
๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

เห็นข่าวการฆ่าตัวตายของเสี่ยอู๊ดในโรงแรมที่พิษณุโลก

ทั้งยังเขียนจดหมายตัดพ้อว่าทำดีแล้วไม่ได้ดี พร้อมกับเขียนพรรณนาความทุกข์ในใจ

ทำให้ฉันนึกขึ้นมาได้ว่า ครั้งหนึ่งนายอู๊ด สิทธิกร บุญฉิม เป็นอดีตศิษย์คนสนิทของเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ เป็นมือสร้างมือขายพระกริ่งนเรศวร ทำเงินให้เจ้าอาวาสวัดสุทัศน์เป็นร้อยๆ ล้าน

แม้มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยก็ยังได้เคยพึ่งใบบุญเสี่ยอู๊ดช่วยสร้างหอฉัน สูง ๔ ชั้น ๘๕ ล้านบาท

แต่ขณะที่ธุรกิจซื้อพระขายพระของวัดสุทัศน์และวัดในเครือกำลังรุ่งเรืองถึงขีดสุด จนทำให้มัวเมาเหิมเกริมกำเริบถึงขนาดอ้างเบื้องสูง นำเอาพระมหาพิชัยมงกุฎมาประทับอยู่หลังสมเด็จเหนือหัว ทั้งยังแอบอ้างด้วยว่าได้รับพระราชทานมวลสารสำคัญคือดอกไม้พระราชทาน

สมเด็จเหนือหัววัดสุทัศน์และเสี่ยอู๊ดได้จัดสร้างอย่างอลังการ ลงทุนโฆษณาในทุกสื่อ เปิดให้จองล่วงหน้า สามารถระดมเงินได้มหาศาล

และแล้วอวสานของเสี่ยอู๊ดก็มาถึง

เมื่อสำนึกพระราชวังเป็นโจทก์แจ้งความร้องทุกข์แก่เจ้าพนักงานกองปราบ นำมาซึ่งการดำเนินคดีต่อเสี่ยอู๊ดโทษฐานแอบอ้างเบื้องสูงเพื่อแสวงหาผลประโยชน์

งานนี้เสี่ยอู๊ดทำตัวเป็นศิษย์กตัญญู ยอมรับความผิดทั้งหมดติดคุกแทนครูบาอาจารย์ คดีนี้โดยเนื้อแท้ต้องมีผู้ร่วมกระทำผิดด้วย นั่นก็คือเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ แต่เสี่ยอู๊ดยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว

ฉันยังจำได้ว่า ก่อนที่จะมีการเลื่อนสมณศักดิ์เจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ จากสมเด็จพระราชาคณะฝ่ายมหานิกาย ที่พระวิสุทธาธิบดี วัดสุทัศนเทพวราราม เป็นสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ แทนสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ เจ้าอาวาสวัดสุวรรณาราม ที่มรณภาพลง

ฉันได้พบสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม ได้เรียนถามท่านว่า ผมได้ยินมาว่าพระเดชพระคุณจะเสนอชื่อเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์องค์ปัจจุบันขึ้นเป็นสมเด็จหรือขอรับ

สมเด็จวัดชนะท่านเมตตาตอบว่า ผมก็คิดเช่นนั้น

ฉันยังท้วงว่า จะเป็นการสมควรหรือขอรับพระเดชพระคุณ

ด้วยเพราะเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ มีส่วนพัวพันต่อคดีสมเด็จเหนือหัว อาจจะไม่เป็นการบังควรและไม่สง่างามต่อสังฆมณฑล

สมเด็จวัดชนะท่านว่า ท่านเอ๋ย ให้ๆ มันไปเถิด เขาป่วยพะงาบๆ จะรอดแหล่ไม่รอดแหล่ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะตาย อาจตายก่อนได้รับพัดยศด้วยซ้ำ

แต่แล้วผู้ที่มรณภาพกลายเป็นสมเด็จวัดชนะเสียเอง สมเด็จใหม่วัดสุทัศน์ยังมีชีวิตอยู่แบบต้องพยุงปีก หยอดน้ำข้าวต้มอยู่ทุกวันนี้

ใครจะมองว่าเสี่ยอู๊ดเลวร้ายยังไง แต่สำหรับฉัน กลับมองว่าเสี่ยอู๊ดเป็นคนกตัญญู ยอมติดคุกแทนอาจารย์ อีกทั้งยังเป็นคนที่มีจิตสาธารณะ ช่วยเหลือสังคมตลอด

ส่วนเรื่องการกระทำที่ไม่บังควรต่อสถาบัน เด็กไม่จบ ป.๔ อย่างเสี่ยอู๊ด หากไม่มีผู้ชักนำอยู่เบื้องหลัง คงจะทำไม่ได้ขนาดนี้

อีกทั้งวัดสุทัศน์ก็เคยมีภิกษุนักเทศน์ชื่อดังโดนสำนักราชวังเบรกเรื่องชอบอ้างเบื้องสูง เป็นเหตุทำให้นักพูดปากเสียสงบปากสงบคำไปพักหนึ่ง

วันนี้เสี่ยอู๊ดในอดีตผู้เคยเป็นคนดีที่พึ่งของบรรดาภิกษุผู้ต้องการลาภ แต่มาวันนี้เขากลับต้องมาฆ่าตัวตายเพราะหมดตัว มีชีวิตอยู่อย่างแร้นแค้นยากลำบาก ทั้งหมดล้วนมาจากจิตที่กตัญญูต่อคนแล้งน้ำใจ ไร้คุณธรรม กรรมจึงต้องตกมาอยู่ที่เขา ช่างน่าอนาถนัก

เรื่องเหม็นๆ ในสังฆมณฑลเหล่านี้ยังมีอยู่อีกมากที่รอวันเปิดเผย หากมีเวลาจะนำมาเล่าสู่กันฟังเป็นระยะๆ

จากเพลิงพิโรธ ณ ถลาง ย้อนเหตุจลาจลครั้งใหญ่ เผา รง.แทนทาลัม

จากเหตุจับยาเสพติด จนมีผู้เสียชีวิต 2 ศพ กลายเป็นเหตุบานปลายเป็นเหตุจลาจล เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เริ่มต้นเมื่อเวลา 11.20 น. วานนี้ (10 ต.ค.) เมื่อสายตรวจ สภ.ถลาง ขับรถตราโล่ไล่กวดจักรยานยนต์ต้องสงสัย กระทั่งพลาดท่าพุ่งชน 2 วัยรุ่น จนร่างลอยละลิ่วหัวโหม่งพื้นกะโหลกเปิด-ใบหูขาด บาดเจ็บสาหัส บริเวณถนนทางเข้าน้ำตกโตนไทร ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง และไปเสียชีวิตในโรงพยาบาล นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุ พบกระเป๋าซุกยาบ้า 50 เม็ด และใบกระท่อมอีก 1 กก. ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ

หลังเกิดเหตุ ปฏิกิริยาเริ่มต้นได้เกิดขึ้นทันที เมื่อญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูศพที่ห้องฉุกเฉินเมื่อญาติผู้ตายทราบว่าผู้ที่ ขับรถชนเป็นตำรวจ!?! ส่วนรถคันที่ก่อเหตุคือ รถกระบะอีซูซุแค็บ สีขาว ทะเบียนตราโล่ 40310 บนหลังคาติดไฟไซเรน

เผาโรงพัก

ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. กลุ่มญาติพี่น้องและเพื่อนผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย จำนวนกว่า 100 คน รวมตัวกันที่หน้า สภ.ถลาง เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิด ขึ้น หลังผ่านไปราว 1 ชั่วโมง สถานการณ์ทำท่าจะลุกลามบานปลาย เมื่อกลุ่มญาติผู้ตายพากันส่งเสียงโห่ร้องดังขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่พอใจที่ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดออกมาชี้แจง

ฟ้าเริ่มมืด มวลชนเริ่มรวมตัวกว่า 300 ก่อนกลายเป็นจลาจล!

เหตุการณ์เริ่มบานปลายขึ้น กระทั่งเวลา 19.00 น. กลุ่มญาติและเพื่อนๆ ของผู้ตายทั้ง 2 ราย รวมตัวกันราว 300 คน นำเต็นท์และแผงเหล็กมาปิดกั้นถนนเทพกระษัตรี บริเวณหน้า สภ.ถลาง ทั้ง 2 ฝั่ง ส่งผลให้การจราจรติดขัดยาวหลายกิโลเมตร เนื่องจากถนนสายดังกล่าวเป็นถนนสายหลักเข้า-ออกเมืองภูเก็ต พร้อมยื่นข้อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่นำตัวตำรวจสายตรวจที่ก่อเหตุขับรถชนผู้ เสียชีวิตทั้ง 2 ราย มาพบกับกลุ่มญาติๆ

“ต้องการให้นำตัวตำรวจที่ก่อเหตุออกมาพบ เพื่อจะได้สอบถามว่าเหตุใดต้องทำรุนแรงถึงเพียงนี้ หากลูกทำความผิดจริงยินดีให้จับกุมตามขั้นตอนกฎหมาย และส่งฟ้องเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมตัดสิน ไม่น่าจะต้องขับรถพุ่งชนจนลูกต้องเสียชีวิต ในฐานะประชาชนอยากถามหาความรับผิดชอบจากเจ้าหน้าที่ที่อ้างว่าปฏิบัติ หน้าที่ รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนว่าคุ้มหรือไม่ที่ทั้ง 2 คนต้องตายไปโดยไม่มีโอกาสพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เรื่องนี้จะไม่ยอมความแน่ จะต่อสู้จนถึงที่สุดเพราะตำรวจทำเกินกว่าเหตุมาก อีกทั้งลูกชายตนไม่ได้พกพาอาวุธใดๆ ที่จะไปทำร้ายหรือต่อสู้ขัดขืนการจับกุมได้” นายทวีสิทธิ์ ปะณะรักษ์ บิดา นายปฐมวัฒน์ ปะณะรักษ์ 1 ใน 2 วัยรุ่นที่เสียชีวิต กล่าว

ชาวบ้านได้ปิดถนน ส่งผลรถนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจากสนามบินภูเก็ตเพื่อมุ่งหน้าไปโรงแรม และแหล่งท่องเที่ยว เกิดติดขัดอย่างหนัก กระทั่ง เวลา 21.00 น. สถานการณ์ยังคงตึงเครียด ถนนหน้า สภ.ถลาง ทั้ง 2 ฝั่งก็ยังถูกปิด รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ ขณะที่ตำรวจประสานกำลังทหาร มทบ.41 และกำลังตำรวจภูธรภาค 8 จำนวน 5 กองร้อย เข้าพื้นที่เพื่อควบคุมสถานการณ์ไม่ให้บานปลาย โดยมอบให้ ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต เป็น ผบ.เหตุการณ์ ร่วมกับ ผวจ.ภูเก็ต ทำความเข้าใจกลุ่มผู้ชุมนุมให้เข้ามาพูดคุยกัน และกั้นพื้นที่

เมื่อเวลา 22.45 น. มีกลุ่มวัยรุ่นใช้ผ้าโพกหัวและปิดบังใบหน้า ใช้น้ำมันเบนซินบรรจุขวดแก้วทำเป็นระเบิดเพลิง ขว้างใส่รถยนต์ที่จอดอยู่ภายในรั้ว สภ.ถลาง ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้รถยนต์ 4 คัน ประกอบด้วย รถตู้ตำรวจติดไซเรน 1 คัน รถกระบะ 2 คัน และรถเก๋ง 1 คัน นอกจากนี้ยังใช้ก้อนหินขว้างปารถเก๋งอีก 2 คัน ที่จอดอยู่ใกล้กันเสียหายกระจกแตกรอบคัน ขณะเดียวกันกลุ่มวัยรุ่นยังใช้ก้อนหินขว้างปากระจกโรงพักแตกทั้ง 3 ชั้น

เผาโรงพักภูเก็ต  
มวลชนจำนวนมาก เรียกร้องถามหาความเป็นธรรม

สถานการณ์เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ตำรวจที่เข้าเวรอยู่ต้องเก็บข้าวของ อาวุธปืน และย้ายผู้ต้องขัง อพยพออกจากโรงพัก พร้อมตัดกระแสไฟฟ้า เพราะเกรงผู้ชุมนุมที่บางส่วนอยู่ในอาการมึนเมา จะบุกเข้ามาปล้นอาวุธปืนรวมทั้งเผาโรงพัก ขณะที่เจ้าหน้าที่สั่งระดมกำลังเสริม ทั้งหน่วยปราบจลาจล ตำรวจ นปพ.ภ.จ.ภูเก็ต, ทหารเรือทัพเรือภาค 3, ทหาร มทบ.41 พร้อมอาวุธครบมือรวมกว่า 500 นาย เตรียมพร้อมในที่ตั้งใกล้โรงพักถลาง เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์

02.00 น. ผู้ชุมนุมยังไม่สลายตัว และบางคนยังได้เผาทำลายรถที่จอดหน้าโรงพัก และพยายามเข้าไปในโรงพัก ทางเจ้าหน้าที่หน่วยควบคุมฝูงชน จึงได้ตรึงกำลังไว้ประมาณ 40 นาย

กระทั่ง 03.30 น. พล.ต.ธีร์ณฉัฏฐ์ จินดาเงิน ผบ.มทบ.41 จ.นครศรีธรรมราช ได้เดินทางมาถึงบริเวณ สภ.ถลาง เข้าเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยขอให้เห็นแก่เมืองภูเก็ต และหากชุมนุมยืดเยื้อไปก็จะเกิดความเสียหายไปกันใหญ่ มีปัญหาอะไรให้ไปหาทางออกโดยการเจรจากัน กระทั่งผู้ชุมนุมได้ยินยอมสลายตัว และจะนัดรวมพลอีกครั้งวันนี้ (11 ต.ค.) เวลา 09.00 น. ที่ศาลาอเนกประสงค์บ้านดอน อ.ถลาง

ระหว่างที่กำลังแยกย้ายกัน กลับเกิดเหตุวุ่นวายขึ้นอีก เมื่อมีชาวบ้านรายหนึ่ง ไม่ทราบว่าเป็นใครตะโกนขึ้น ว่ามีตำรวจรุมตีประชาชน ห่างจากจุดเกิดเหตุ 300 เมตร เมื่อชาวบ้านไปตรวจสอบกลับไม่พบสิ่งใด แต่พบกลุ่มเจ้าหน้าที่ปราบจลาจลที่กำลังเตรียมตัวกลับ ซึ่งอยู่บริเวณห้างแม็คโครถลาง กลุ่มผู้ชุมนุมจึงฮือหยิบของแข็งวิ่งไปทำร้ายเจ้าหน้าที่จนได้รับบาดเจ็บ หลายนาย เช่น ศีรษะแตก มีแผลตามร่างกาย

08.30 น.​ จากการตรวจสอบความเสียหาย พบว่า มีรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ถูกเผาเสียหายกว่า 20 คัน ภายใน สภ.ถลาง ได้รับความเสียหาย กระจกแตก ข้าวของเสียหาย

ไทยแลนด์แทนทาลัม  
โรงงานถูกเผาไหม้ ทั้งที่ยังไม่ได้เปิด

จลาจลเผาวอด รง.ไทยแลนด์แทนทาลัม 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2529 เกิดเหตุจลาจลครั้งใหญ่ ที่จังหวัดภูเก็ต โดยศูนย์กลางความขัดแย้งอยู่ที่ โรงงานแทนทาลัม

ในอดีต เมืองภูเก็ตสร้างรายได้จาก “แร่ดีบุก” ซึ่งการทำเหมืองแร่ดีบุก ก็พบแร่ แทนทาลัม ด้วย ต่อมาราคาแทนทาลัมมีราคาสูงขึ้นจากอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ เพราะถูกนำมาใช้ประกอบเป็นไมโครชิพ จึงมีการก่อตั้งโรงงานแทนทาลัมขึ้น ด้วยการร่วมทุนกับต่างชาติ โดยเริ่มลงทุนตั้งแต่ ปี พ.ศ.2524 ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างโรงงานเมื่อปี 2526 และมีกำหนดเปิดดำเนินการ วันที่ 15 ส.ค.2529 ตอนก่อสร้างชาวบ้านไม่ทราบว่าเป็นโรงงานอะไร แต่เมื่อมีนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้ข้อมูลกับประชาชนว่าอาจจะก่อให้เกิด มลพิษ จึงเป็นที่มาของชนวนเกิดจลาจล…

ไทยแลนด์แทนทาลัม 2  
พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

เมื่อภาคประชาชนตื่นตัว ก็เดินหน้าเคลื่อนไหว กลุ่มนักศึกษา 24 สถาบัน และกลุ่มชมรมอนุรักษ์ 15 สถาบันได้เป็นแกนนำประชาชนจังหวัดภูเก็ตทั้ง 3 อำเภอทั่วทุกตำบลเดินขบวนคัดค้าน ที่บริเวณตัวเมืองภูเก็ต แรงต้านเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากหลักพัน เป็นหลักหมื่น ตอนนั้น รัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ได้สั่งการให้มีการทำความเข้าใจกับประชาชน นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา รมว.อุตสาหกรรม ขณะนั้น ได้บินด่วนลงไป เพื่อรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าจะเปิดโรงงาน

เมื่อ รมว.อุตสาหกรรม ลงถึงพื้นที่ ก็เจอกลุ่มผู้คัดค้าน โดยมี ผู้สมัคร ส.ส.เบอร์ 6 นายเรวุฒิ จินดาพล เป็นแกนนำ นำโลงศพ ประธานบริษัทแทนทาลัมฯ มาเผา จากนั้น นายจิรายุ ได้เดินทางไปสักการะอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร โดยมีผู้ชุมนุมกว่า 3 พันคนล้อมกรอบ โห่ร้อง ระหว่างทางยังถูกทุบทำลายรถที่นายจิรายุนั่งอยู่ บางคนถึงกับมานอนขวางรถ จนผู้ว่าราชการภูเก็ตต้องมาขอร้องจนรถไปได้ เหตุความวุ่นวายทำให้ นายจิรายุ ตัดสินใจยุติไปพบผู้ชุมนุมกว่า 6 หมื่นคน ที่รออยู่ที่ศาลาประชาคม

ไทยแลนด์แทนทาลัม 3
สภาพรถ รมว.อุตสาหกรรม สมัยนั้น
ไทยแลนด์แทนทาลัม 4
นายเรวุฒิ จินดาพล 1 ในแกนนำ ถูกจับ

เมื่อ รมว.อุตสาหกรรม ไม่ได้ไป อารมณ์ผู้ชุมนุมถึงกับระอุขึ้นเรื่อยๆ กระทั่ง ไปตามหาที่โรงแรม มีการบุกเผารถของโรงแรม กระทั่งช่วงบ่ายสอง ผู้ชุมนุมราว 1 หมื่นคน ได้บุกเข้าทำลายโรงงาน และใช้น้ำมันจุดไฟเผา เพลิงลุกท่วมโรงงานแถมยังไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดับเพลิง ตลอดทั้งบ่ายจังหวัดภูเก็ตเต็มไปด้วยความโกลาหล เจ้าหน้าที่ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะไม่มีผู้บังคับบัญชาสั่งการ กระทั่งช่วงเย็น ตำรวจและทหารเข้าเคลียร์พื้นที่หน้าโรงแรมภูเก็ตเมอร์ลินโดยใช้แก๊สน้ำตา เข้าสลายฝูงชนที่ค่อยๆ สลายตัว ต่อมาในช่วงค่ำรัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในจังหวัดภูเก็ต

จลาจลครั้งนั้น คาดว่าได้ก่อความเสียหายกว่า 2 พันล้านบาท จนกระทั่งวันที่ 30 มิถุนายน นายสนอง รอดโพธิ์ทอง ได้รับคำสั่งย้ายเข้าเป็นผู้ตรวจการในกระทรวงมหาดไทยเพื่อลงโทษในกรณีที่ ปล่อยให้มีการจลาจลขึ้น บริษัท ไทยแลนด์แทนทาลัมอินดัสตรีประเทศไทย จำกัด มีมติให้ย้ายโรงงานจากภูเก็ตไปตั้งที่อื่น เจ้าหน้าที่ได้จับกุม นายเรวุฒิ จินดาพล กับน้องชาย ในข้อหาร้ายแรงร่วมกับพวกเกิน 10 คน ก่อการจลาจลยุยงส่งเสริมให้มีการเผาทรัพย์สินเอกชนและทรัพย์สินสาธารณะ

ไทยแลนด์แทนทาลัม 5
สภาพรถ รมว.อุตสาหกรรม สมัยนั้น
ไทยแลนด์แทนทาลัม 6 
เพลิงอารมณ์จุดไฟให้ไหม้

จากเหตุดังกล่าว ทำให้อนาคตของภูเก็ตเปลี่ยนแปลงไป ยุติการทำเหมืองแร่ และเดินหน้าเป็นเมืองท่องเที่ยว ซึ่งเหตุจลาจลดังกล่าว มีรายงานว่า ผู้อยู่เบื้องหลังจากกลุ่มทุนบางกลุ่มที่ได้มีการเบี่ยงเข็มทิศทางธุรกิจ ท่องเที่ยวอยู่ก่อน ซึ่งภูเก็ตก็กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวในปัจจุบัน

แต่เหตุการณ์ไม่พอใจจนกลายเป็นการจลาจลวานนี้ ก็นับว่าเป็นการทำลายภาพการท่องเที่ยวไม่น้อย ล่าสุด นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้เจรจาพร้อมจะตั้งคณะกรรมการร่วมขึ้นมา มีทั้งอัยการ ฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจ ร่วมกันดูแลคดีนี้อย่างเป็นธรรมที่สุด และจะมีการเยียวยาเต็มที่ตามกฎหมาย พร้อมจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าเกิดจากใคร หากเกิดจากตำรวจก็จะต้องดำเนินคดีแน่นอน คาดว่าจะทราบผลการสอบสวนภายใน 30 วัน

ต๊อด โพสต์ FaceBook รับ เคยใช้ดาราโฆษณาแฝงแอลกอฮอล์ ยันไล่ พนง.ออกแล้ว

หลังจากที่มีดราม่าสนั่นโลกโซเชียล กรณีนักแสดงหนุ่มหล่อขั้นเทพ โดม ปกรณ์ ลัม โพสต์อินสตาแกรมส่วนตัวเป็นภาพคู่กับขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อหนึ่ง จนทำให้หนุ่มทายาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คู่แข่ง “ต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี” ออกมาจวกหนุ่มโดมว่าผิดกฎหมาย จนเรื่องราวบานปลายให้ชาวเน็ตออกมาขุดแฉว่ายังมีดาราคนอื่นๆอีกหลายคนโพสต์อินสตาแกรมทำนองเดียวกันด้วย (สคล.จ่อยื่นสอบ ดราม่าดาราโพสต์ไอจีโฆษณาแฝงเครื่องดื่ม) งานนี้สายตรวจโซเชียล ไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปเปิดไทม์ไลน์ย้อนรอยเรื่องราวทั้งหมด ว่าเรื่องราวความเป็นมาเกิดขึ้นได้อย่างไร

1 ต.ค. 58 ต๊อดโพสต์เฟซบุ๊กจวก โดม โพสต์โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่ง

ต๊อดด่าโดม

ลงอินสตาแกรมส่วนตัวผิดกฎหมาย

โดมเบียร์ช้าง 2

7 ต.ค. 58 โดมให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ปฏิเสธไม่ได้โฆษณา ไม่ได้รับเงิน แค่ถ่ายรูปเล่น

โดมเบียร์ช้าง 3

7 ต.ค.58 ต๊อดโพสต์เฟซบุ๊กยืนยันแค่อยากให้ดารามีจิตสำนึก อย่าหิวเงินมากเกินไป และโพสต์แสดงความคิดเห็นประชด ภาพหญิงแย้ “กินเบียร์ท่านี้หรอ ไม่ได้เงินอีกน่ะสิ

ต๊อด ปิติ

7 ต.ค.58 ชาวเน็ตขุดเจอดาราถ่ายรูปคู่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อนี้ลงไอจีเพียบ ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่โดมโพสต์ภาพลงไอจี อาทิ ดีเจเพชรจ้า, ดีเจภูมิ, นิวเคลียร์, หญิงแย้, วีเจจ๋า เป็นต้น

ดาราโฆษณาแฝงแอลกอฮอล์ดาราโฆษณาแฝงแอลกอฮอล์ 2
ดาราโฆษณาแฝงแอลกอฮอล์ 3

8 ต.ค.58 ชาวเน็ตโพสต์พันทิปแฉแคมเปญ ในเว็บไซต์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดนี้ ปรากฏว่าดาราที่ถ่ายภาพคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงไอจีเป็นพรีเซ็นเตอร์

ดาราโฆษณาแฝงแอลกอฮอล์ 4ดาราโฆษณาแฝงแอลกอฮอล์ 5ดาราโฆษณาแฝงแอลกอฮอล์ 6

8 ต.ค.58 ชาวเน็ตขุดเจอทีมงานเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โพสต์รูปโดม และติดแฮชแท็กที่อ้างอิงถึงแคมเปญของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อดังกล่าว

ดาราโฆษณาแฝงแอลกอฮอล์ 78 ต.ค.58 ชาวเน็ตขุดเจอเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของต๊อดก็ทำแบบเดียวกัน ให้ดาราถ่ายรูปกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงไอจีดาราโฆษณาแฝงแอลกอฮอล์ 8ดาราโฆษณาแฝงแอลกอฮอล์ 9ดาราโฆษณาแฝงแอลกอฮอล์ 108 ต.ค.58 ชาวเน็ตขุดเจอเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้ออื่นใช้วิธีโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์-โซเชียลเช่นเดียวกันดาราโฆษณาแฝงแอลกอฮอล์ 11

8 ต.ค.58 ทนายความ Judd Lawyer โพสต์เฟซบุ๊กช่องทางการแจ้งจับผู้โฆษณาแอลกอฮอล์

Judd Lawyer

8 ต.ค.58 โดมโพสต์อินสตาแกรมส่วนตัวชี้แจงลบรูปเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหมด วอนให้สังคมจบ

IG โดม
8 ต.ค.58 ต๊อดโพสต์เฟซบุ๊กยอมรับ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของตนเคยมีพนักงานทำแคมเปญให้ดาราโพสต์รูปกับแอลกอฮอล์ลงอินสตาแกรมจริง และได้ไล่ผู้จัดการคนดังกล่าวออกไปแล้ว

ต๊อดปิติ

กระสุนปริศนา! ทะลุกระจกรถโดนนร.บดินทร์ฯ ตกใจวิ่งไปฟุบกลางทาง

ชีวิตคนเมืองหลวงต้องเสี่ยงดวงกันเอาเอง แม่ขับรถไปรับลูกสาวนักเรียนม.4 พอขับออกถนนไม่รู้ใครยิงปืนใส่ กระสุนทะลุกระจกถูกที่ไหล่ลูกสาว เด็กตกใจเปิดประตูรถวิ่งข้ามถนนไปรพ.ฝั่งตรงข้าม แม่วิ่งตามแต่หาลูกไม่พบ ย้อนมาดูเจอนอนฟุบอยู่… 

เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 7 ต.ค. พ.ต.ท.รักศักดิ์ รุ่งแสง พงส.ผนพ.สน.บางชัน  รุดไปตรวจที่สอบที่เกิดเหตุ บริเวณถนนสวนสยาม หน้าห้างอมิรินี่ แขวงและเขตบางชัน กทม. พบรถเก๋งมิซูบิชิ รุ่นแลนเซอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน กฉ 4255 จันทบุรี มีรูกระสุนปืนจำนวน 1 รู ตรงบริเวณกระจกด้านหน้าฝั่งที่นั่งผู้โดยสาร

ทราบชื่อเจ้าของรถ คือ นางฐิติยา สงรัตน์ อายุ 48 ปี ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ได้ขับรถไปรับด.ญ.อานัตตา สงรัตน์ อายุ 14 เรียนอยู่ชั้นม.4 โรงเรียนบดินทรเดชา สิงห์ สิงหเสนี 2 ซึ่งหลังเลิกเรียนได้ไปเรียนพิเศษ และนัดมาเจอกันบริเวณลานจอดรถของห้างฯ พอลูกสาวมาถึง ตนก็ขับรถออกมาเพื่อจะไปทางถนนรามอินทรา จากนั้นได้ยินเสียงกระจกแตกทะลุ พร้อมๆกับลูกสาวที่ฟุบหน้าลงไป และบอกว่าถูกยิง

รถโดนยิง
ตร.ตรวจสอบรูกระสุนที่กระจกรถ

นางฐิติยา ให้การด้วยว่า เห็นว่าลูกสาวมีเลือดออกที่ไหล่ขวา และมีท่าทางตกใจมาก ก่อนที่จะเปิดประตูรถวิ่งออกไปโดยที่ตนคว้าตัวไว้ไม่ทัน โดยวิ่งข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ตนจึงรีบจอดรถแล้ววิ่งตามไปที่โรงพยาบาล ปรากฏว่าเมื่อไปถึงโรงพยาบาล พยายามตามหาตัวลูกสาวแต่หาไม่พบ ถามเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีใครรู้เรื่องเด็กถูกยิง จึงวิ่งย้อนกลับบา จนพบว่าลูกสาวเสียเลือดมาก นอนฟุบอยู่ข้างถนน จึงแจ้งรถกู้ชีพมารีบนำส่งโรงพยาบาล อาการล่าสุดพบถูกยิงเข้าไหล่ขวา แพทย์ยังไม่ผ่าตัดรอให้ความดันลดลงก่อน แต่สามารถพูดคุยได้

ทางด้านพ.ต.ท.รักศักดิ์​ กล่าวว่า แม่เด็กยืนยันว่า ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร ไม่รู้ว่ากระสุนปืนพุ่งมาจากทิศทางไหน และไม่รู้ว่าเป็นอุบัติเหตุหรือคนปองร้าย  ส่วนเด็กต้องรอให้อาการดีขึ้นก่อนจึงจะไปสอบปากคำ เบื้องต้นพบว่ากระสุนเป็นลูกโดด ถูกยิงมาจากที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นฟุตปาธบริเวณใกล้เคียง